“การใช้อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับเด็กควรเริ่มต้นที่พ่อแม่ ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองควรรู้ว่าจะวางกฏเกณฑ์อย่างไรในการให้ลูกใช้ Social Media ตอนที่ท่านซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกนั้น ท่านได้ให้วิธีการใช้ด้วยหรือเปล่า คุณไม่มีทางรู้เท่าทันสื่อได้ ถ้าคุณไม่เอาตัวเองออกจากกะลาหรือความเชื่อ เด็กที่ขาดความรู้เรื่องภูมิคุ้มกันสื่อ ลองมองดูผู้ใหญ่ที่เสพสื่อเพียงด้านเดียว สื่อมวลชนที่ไม่ได้บอกคุณทุกเรื่อง นี่คือข้อควรคิดสำหรับผู้ปกครองทุกท่าน

อะไรเกิดแล้วหรืออะไรที่มีอยู่แล้วนั้นดีหมด เพราะเราจะเลือกเฉพาะด้านดีๆ เช่นเดียวกันกับ ICT เด็กติดเกมส์ ติด Facebook เราสามารถนำสิ่งที่เด็กชอบนี้ เปลี่ยนมาเป็นอะไรที่ได้มากกว่าถ่ายรูปตนเอง ขึ้นอยู่กับครูว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กได้อย่างไร” คุณธาม ฝากข้อคิดถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง

หลายปีที่ผ่านมาสื่อใหม่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทยอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ๆ ตลอดเวลา เช่นหากย้อนไปเมื่อสัก 10 ปีก่อน ใครจะคิดว่าโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วิทยุ และกล้องถ่ายรูป จะมารวมกันได้ในอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว หรือใครจะคิดว่าอินเตอร์เน็ตจากช้าๆ จะกลายเป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและราคาไม่แพงได้

ด้วยความที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว บทบาทของผู้ผลิตสื่อ จึงมิได้อยู่ที่คนไม่กี่กลุ่ม แต่เป็นใครก็ได้ทั้งนั้นที่เข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าว มนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนจึงต้องเรียนรู้ให้ทันสื่อ เพราะเครื่องมือใหม่นี้ หากผู้ผลิตสื่อมีคุณธรรมจริยธรรม สื่อที่ออกมาก็จะเป็นสื่อที่ดี แต่หากไม่แล้ว สื่อใหม่นี้ก็อาจจะนำพาผู้รับสื่อเข้าสู่ด้านที่ไม่ถูกไม่ควรได้

เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ยุคสมัยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน สื่อใหม่ที่จะเข้ามานั้นย่อมมีทั้งบวกและลบ ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนทำได้คืออยู่ร่วมกับมัน และใช้สื่อใหม่นี้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวมให้มากที่สุด แต่การจะทำเช่นนั้นได้ ผู้ใช้สื่อเองก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกัน”

และภูมิคุ้มกันที่ว่า..ผู้ที่จะถ่ายทอดให้ได้ คงหนีไม่พ้นทั้ง “ครอบครัว” และ “การศึกษา”